เพื่อนเก่า
posted on 12 Dec 2009 07:22 by tokarokเมื่อ คืนกรูฝัน… เรียกไม่ถูกหรอกฝันดีหรือฝันร้าย ความฝันกับอีกหลายๆเรื่องมักจะถูกแยกแยะด้วยทวินิยม ดี ร้าย ผิด ถูก อะไรก็แล้วแต่ เมื่อคืนฝันถึง “ตุ๊กตา” ก็เรียกกันง่ายๆว่า “ตุ๊ก” เพื่อนที่โคตรสนิทตอนมัธยมสอง ก๊วนตอนนั้นต้องยอมรับว่าพรรคพวกสวยงาม บาลานซ์ด้วยเพื่อนหญิงชายพอๆกัน
เพื่อนผู้หญิงหน้าตาดี แต่ไอ้เราก็ไม่ได้คิดอะไรมากมายครึ่งนึงก็แฟนเพื่อน คุยกัน แกๆชั้นๆมึงๆกูๆ ว่ากันไป
ในฝันได้กลับไปนั่งคุยกะ”ตุ๊ก” อีกครั้ง นั่งคุยเดินคุย ทั้งที่วันนี้ห่างเหินกันมากมาย
หลายๆปีกว่าจะได้เอ่ยประโยค ”สวัสดี” ให้แก่กันสักครั้ง สิบปีถึงจะได้ปะหน้ากันซักหน
“ตุ๊ก” เป็นเด็กเรียนดีเรียนเก่ง ขึ้นห้องคิงส์ของสาธิตฯเมื่อ ม.สาม และย้ายไปอยู่เตรียมฯเมื่อขึ้นมัธยมสี่ตามสูตรสำเร็จเด็กสาธิตฯที่เรียนดี
หลังจากนั้นเรายังติดต่อกันอยู่ พูดคุยกันอยู่บ้าง ได้รู้จักเพื่อนสนิทตุ๊กในที่ใหม่ เรายังคุยติดต่อกันจน”ตุ๊ก” สอบเทียบและโยกย้ายไปอยู่บัญชีธรรมศาสตร์ แล้วระยะเวลาก็ดึงเราห่างกันออกไปเรื่อยๆ ไกลกันออกไปทุกที
ไม่รู้เหมือนกันว่าเพื่อนฝูงรู้กันแค่ไหน ผมเป็นคนที่ไม่ไปงานรับปริญญาของใคร ถ้าไม่สนิทจริง ด้วยอคติที่สร้างขึ้นมาบางอย่าง แต่ “ตุ๊ก” เป็นหนึ่งในคนต่างสถาบันที่ผมต้องบอกตัวเองว่าต้องไปร่วมงานของมัน นั่นคงเป็นสิ่งรับประกันความสนิทสนมได้อยู่
นั่นแหละ งานที่พรรคพวกเก่าๆรับปริญญา ส่งให้เราได้กลับมาเจอกันบ่อยครั้งขึ้น หลังจากนั้นเราเจอกันทุกปี ปีละครั้ง อยู่ซักสองสามปี แล้วต่างคนก็เริ่มมีใครที่ต้องแคร์ ความห่างคล้ายๆกาวหยู่ฮู ห่างยังไงก็ยังพอเหลือสายใยกันอยู่บ้าง
ผมพยายามติดต่อ”ตุ๊ก” ก็ไม่ประสบความสำเร็จนัก จนได้จังหวะที่เพื่อนๆในยุค ม .ต้นรวมตัวกัน ทุกอย่างถึงได้ดึงกลับมา
ตอนผมถูกแฟนใกล้บ้านทิ้ง ผมโทรหาตุ๊ก
“แกมาหาชั้นเลย ชั้นรออยู่เอ็มโพเรี่ยม”
แล้วมันก็ไม่เคยพูดถึง หรือแม้แต่จะถามไถ่ยังไงอะไรเลยซักคำ มันเอาแต่ว่า
“แก อยากกินอะไร ชั้นหนะ อยากกินนี่….นั่น…..นู้น…..โน้น…..แกคิดไม่ออกใช่มั้ย งั้นแกกินกะชั้นนะ”
แล้วมันก็ระดมสั่งสั่งที่มันอยากกิน มันกินอย่างละคำสองคำพอหายอยาก แล้วก็บิ้วท์ให้ผมกินต่อ
ครั้งที่ไปไล่ตาม น้อง แอน ทองประสม ในยูทูป มองไปมองมาก็คิดถึงมันจนต้องโทรไปเยี่ยมเยียน
ปัจจุบัน “ตุ๊ก” ท้องสองเดือนแล้ว แต่ก็ยังสวยงามน่ารักในสันดานอยู่เหมือนเคย ครั้งสุดท้ายได้เจอกันเมื่อครึ่งปีที่แล้ว
ได้กลับมาหวนมองว่า ทุกครั้งที่ได้ตคุยกัน ถ้าเอาให้ยิ่งใหญ่หน่อยก็ต้องบอกว่าทุกครั้งที่ได้มีโอกาสแชร์ชีวิตกับ “ตุ๊ก” กรูมีความสุขเสมอ มีความสุขจนเกิดคำถามห่วยๆว่า
“ทำไมกูไม่เคยจีบมันวะ” แม่งก็ตอบไม่ไ-ด้อีก
ยิ้มๆให้ตัวเอง วันนั้นครั้งนั้น ยังไงเราก็ไม่อินกะมัน ยังไม่ต้องพูดถึงเลยว่ามันจะอินกะเราหรือเปล่า พอถึงวันนี้วันที่วุฒิภาวะเราเติบใหญ่ขึ้น โลกมันก็หมุนไปไกลแล้ว
ยิ่งนานวันก็ยิ่งรู้สึกว่าลึกๆนั่นหนะผูกพันกับมันมากเหลือเกินนะ จนเมื่อวานจำเป็นต้องกล้าเอ่ยปากไป
“ตุ๊ก….ชาติหน้าชั้นอยากเจอแกอีกว่ะ”
“เธอก็ต้องอธิษฐานสิ”
“แล้วชั้่นต้องว่าไงล่ะ ชาติหน้าขอเกิดมาเจอตุ๊กอีกงั้นเหรอ แล้วมันจะเจอตุ๊กไหนล่ะ เดี๋ยวเกิดเป็นตุ๊กกี้ขึ้นมา ชั้นไม่เอานะ”
ตุ๊กหัวเราะ ผมพูดต่อ
“ตุ๊ก แกต้องช่วยชั้นอธิษฐานด้วยนะ มันจะได้เป็นคนๆเดียวกัน”
“จ๊ะ” จบด้วยเสียงหัวเราะที่เป็นเอกลักษณ์ชัดเจนของเธอ
……………………………………………………………………………………………………………………………………………..
กรูไม่รูว่ากรูเขียนเรื่องนี้เล่าเรื่องนี้ให้อ่านกันเพราะอะไร เอาเป็นว่าเพราะสันดานก็แล้วกัน ถึงแม่งจะดูตอแหลๆกุ๊กกิ๊กเพ้อเจ้ออยู่บ้าง แต่กรูว่ามันจริงสำหรับกรู ….มันมีมั้ย เพื่อนซักคน ใครซักคนที่ชาติหน้าเราอยากเจออยากสนิทกับมันอีกครั้ง ส่วนตัวเหมือนกรูได้เรียนรู้จักอะไรบางอย่างเพิ่มขึ้น ได้ไตร่ตรองความรักในอีกแง่มุมเพิ่มขึ้น เข้าท่าดีแหะ….

